รวมแหล่งเรียนภาษาออนไลน์ 

          การเรียนภาษาสมัยนี้ไม่มีความจำเป็นต้องลงคอร์สเรียนแพง ๆ หรือเดินทางไปถึงต่างประเทศอีกแล้ว ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยทำให้การเรียนภาษาของเราเป็นเรื่องที่ง่าย และสนุกมากขึ้นได้ โพสต์นี้ได้รวบรวมเครื่องมือการเรียนภาษาออนไลน์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วนมากที่สุดประจำปี 2020 นี้!

Duolingo

         แอปเรียนภาษาที่ดังมากที่สุดแอปหนึ่ง เรียนได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกใด ๆ เพิ่ม และมีหลากหลายภาษาให้เลือกเรียนมาก ๆ 

          อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

Lingodeer

          แอปเรียนภาษาออนไลน์ที่ดีมากแถมยังฟรีอีกด้วย มีข้อดีที่ค่อนข้างเยอะกว่า Duolingo เนื่องจากมีการอธิบายหลักของ Grammar ในแต่ละบทได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่เราก็สามารถกด Skip หรือกดข้ามได้ มีรูปแบบประโยคให้เราได้เรียนรู้ แถมระดับความยากก็ไม่ยาก และไม่ง่ายจนเกินไป เหมาะสำหรับการเรียนรู้ภาษามาก และยังมีการเรียนคล้ายการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นการได้รับถ้วย หรือได้รับค่า XP หรือค่าประสบการณ์ 

Busuu

          Busuu เรียนภาษาออนไลน์ให้สมาร์ทเพียง 10 นาทีต่อวัน Busuu เป็นแอปพลิเคชั่นฝึกพูดภาษาโดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีต่อวัน เลือกเรียนภาษาออนไลน์อะไรก็ได้ด้วยบทเรียนกว่า 1,000 บทเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาพร้อมด้วยการใช้เทคโนโลยี Machine Learning ทำให้ได้แผนในการเรียนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด และระบบ Speech Recognition เพื่อตรวจสอบการพูดของเรา 

          ทุกครั้งที่เราเรียนเสร็จ จะมีแบบทดสอบมาวัดระดับความสามารถของเราด้วย Busuu สามารถช่วยทำให้ทักษะด้านภาษาของเราพัฒนาไปจนถึงระดับ B2 หรือ upper intermediate level ได้ ไม่ว่าเป้าหมายของเราจะเป็นระดับไหน รูปแบบดีไซน์ของ busuu ค่อนข้างใช้งานง่าย ทุกคำศัพท์ที่เรียนใหม่จะมาพร้อมกับรูปภาพ และการออกเสียง รวมไปถึงตัวอย่างประโยคการใช้งานคำศัพท์นั้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจ และจำศัพท์นั้นได้ดีขึ้น

Drops

         แอปเรียนภาษาออนไลน์สำหรับคนที่ชอบการเรียนรู้ผ่านภาพ (Visual learning) โดยจะเน้นการเรียนคำศัพท์พื้นฐานของภาษานั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนผ่านการจับคู่รูปภาพกับคำศัพท์ เติมช่องว่างของประโยค หรือลากเส้นผ่านตัวอักษรให้ต่อกันเป็นคำ

          จุดเด่นมากที่สุดข้อหนึ่งของ Drops คือการใช้รูปภาพในการเรียนภาษา ทุกคำศัพท์จะมีรูปภาพแสดงด้วยเสมอ เหมาะสำหรับการเรียนคำศัพท์เป็นคำ ๆ และประโยคสั้น ๆ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นใหม่ แต่จะไม่มีประโยคยาว ๆ ให้เราได้เรียนรู้รูปแบบประโยคเท่าไหร่นัก ดังนั้นอาจจะเหมาะสำหรับการเรียนรู้คำศัพท์เพื่อใช้ในการไปท่องเที่ยวได้ 

          เราสามารถเริ่มต้นใช้งาน Drops ได้ฟรี แต่จำกัดเวลาอยู่ที่ 5 นาทีต่อวัน ซึ่งส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเพียงแค่ 5 นาทีก็เพียงพอสำหรับการเรียนรู้ในแต่ละวันแล้ว หากเราเรียนไปพร้อมกับแอปเรียนภาษาอื่น ๆ อีก แต่ถ้าหากเราอยากได้เวอร์ชั่น Premium  เราจะสามารถเรียนกี่นาทีก็ได้ ไม่มีจำกัด ไม่มีโฆษณา ได้คำศัพท์เพิ่ม และระบบ Dojo ที่ช่วยให้เราฝึกคำศัพท์ที่รู้สึกว่ายากสำหรับเราได้ 

Memrise

         Memrise เป็นทั้งเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นที่เรียนภาษาออนไลน์ที่โด่งดังมากที่สุดแอปหนึ่งมีมากกว่า 20 ภาษาให้เลือกเรียน ช่วยให้เราเรียนภาษาผ่านบทสนทนาจริง ๆ จากเจ้าของภาษา โดยระดับความยากจะปรับตามระดับภาษาของเรา ช่วยทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ มีเทคนิครูปแบบการเรียนที่สนุก และเทคนิคการจำที่ช่วยให้เรียนได้ไวขึ้น 

          Memrise จะช่วยให้เราจำคำศัพท์ได้ผ่านการเล่นเกม ทำให้ได้ทั้งคำศัพท์​และความสนุก สามารถเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ได้ผ่านแฟลชการ์ดหลากหลายรูปแบบ ฝึกทักษะการฟังด้วยการฟังเจ้าของภาษาจริง ๆ พูด ฝึกการออกเสียง และอ่านบทเรียนแกรมม่าได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย และอัปเดตคุณสมบัติใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ 

Lingvist

         เรียนภาษาออนไลน์ให้ติดสปีดไวขึ้นด้วย Lingvist แถมยังมีการใช้ AI ช่วยในการวางแผนการเรียนของเราให้ไปได้ไว และมีประสิทธิภาพอีกด้วย

          ก่อนเรียน Lingvist ยังมีการประเมินภาษาด้วยว่าเราอยู่ในระดับไหน แถมยังเปิดโอกาสให้เราได้เรียนเนื้อหาที่เราสนใจจริง ๆ เช่น ด้านสุขภาพ อาหาร หรือครอบครัว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ชอบมากเกี่ยวกับ Lingvist คือในการทวนคำศัพท์นั้นจะทวนแบบประโยคที่ใช้จริง ช่วยให้เราเข้าใจวิธีการใช้ และช่วยให้เราจำศัพท์คำนั้นได้แม่นมากขึ้น

HiNative

HiNative

     เรียนภาษาออนไลน์กับเจ้าของภาษาโดยให้เราโพสต์ข้อความเป็นภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่ จากนั้นจะมีเจ้าของภาษามาช่วยแก้ไขตรงส่วนที่ผิด และช่วยสอนให้เราเข้าใจหลักการใช้ภาษานั้นมากขึ้น แถมเรายังสามารถช่วยเหลือคนอื่นที่กำลังเรียนภาษาไทยได้อีกด้วยเหมือนกัน! 

Babbel

         Babbel ช่วยให้การเรียนภาษาออนไลน์นั้นไม่ใช่แค่เรียนเท่านั้น แต่ต้องนำไปใช้กับผู้คน และสถานการณ์จริง ๆ ได้อีกด้วย จุดเด่นคือมีการออกแบบเป็นบทสนทนาช่วยทำให้เรามั่นใจในการใช้ภาษานั้นในสถานการณ์จริงได้มากขึ้น สามารถเรียนได้ง่ายผ่านเครื่องมืออะไรก็ได้ เพียงบทละ 10-15 นาทีเท่านั้น

          Babbel เป็นแอปที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแอปหนึ่งในการเรียนภาษาเลยทีเดียว ซึ่งพบว่าการเรียน Babbel 21 ชั่วโมงนั้นเทียบเท่ากับการเรียนภาษา 1 คอรส์ที่มหาวิทยาลัยด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ามาก ๆ แต่ภาษาส่วนใหญ่จะเป็นภาษาทางฝั่งยุโรปมากกว่า ไม่มีภาษาจีน เกาหลีหรือญี่ปุ่น 

Ling

       เริ่มต้นเรียนภาษาออนไลน์ผ่านการเลือกคำตอบสำหรับบทสนทนากับแชทบอทง่าย ๆ  แต่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราได้เรียนรู้ประโยคที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน มีทั้งควิซ และเกมที่ช่วยให้เราเรียนภาษาได้ดีมากขึ้น พร้อมด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับหลักไวยากรณ์อีกด้วย มีภาษาให้เลือกมากมายกว่า 20+ ภาษา และดูเหมอนจะพัฒนาให้มีภาษาเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมาะสำหรับการเรียนบทสนทนาง่าย ๆ สำหรับใช้จริง ที่สำคัญสามารถเรียนรู้ได้ฟรี

iTranslate Lingo

          แอปเรียนภาษาออนไลน์ที่ช่วยให้เราเรียนภาษาได้ง่ายขึ้นเพียงใช้เวลา 5 นาทีต่อวันในการเรียน 4 คำต่อบทก็สามารถเรียนได้กว่า 1,000 คำภายใน 8 เดือน (แน่นอนว่าถ้าใครขยันก็สามารถเรียนได้ไวกว่านี้) มีแบบฝึกหัดพร้อมให้เราฝึกทักษะทั้งเลือกคำตอบที่ถูกต้อง พิม ฟัง และพูด มีให้เลือกเรียนกว่า 14 ภาษา 

เรียนภาษาออนไลน์ FluentForever

FluentForever

          FluentForever ช่วยให้การเรียนภาษาออนไลน์จาก 0 ถึงขั้น Fluent หรือพูดได้เชี่ยวชาญภายใน 6 เดือน ซึ่งใช้วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับคนที่ตั้งใจเรียน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Flashcards การทวนโดยใช้ Spaced repetition เรียนคำศัพท์โดยเรียงตามความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ได้เรียนทั้งรูปแบบการออกเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษา และฝึกการฟัง 

         รูปแบบของ FluentForever นั้นเป็นรูปแบบการเรียนภาษาที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเน้นให้เราฟังให้เป็นก่อนที่จะพูดจึงมีทั้งการใช้วีดิโอ และภาพที่ช่วยให้เราจดจำคำศัพท์ได้ง่ายมากขึ้น ไม่ใช่แค่ท่องจำเฉย ๆ และเรียนรู้หลักไวยากรณ์ผ่านเรื่องราวที่มีการใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ท่องจำกฎเท่านั้น 

LingQ

         ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเริ่มต้นเรียนภาษาจากสิ่งที่เราชอบนั้นเป็นวิธีเรียนภาษาที่รวดเร็ว สนุก และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ต่างจากการเรียนรู้ภาษาบ้านเกิดของเราเลยที่เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยภาษานั้น ดังนั้นการเรียนภาษาอื่นก็เช่นเดียวกัน เราสามารถเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของตัวเองให้เต็มไปด้วยภาษาที่เราต้องการเรียนได้ทั้งเนื้อหาจาก Netflix Youtube หรือ CNN การเรียนด้วยเนื้อหานั้นย่อมดีกว่าการเรียนเพียงแค่ท่องศัพท์เพียงอย่างเดียวแน่นอน  

เรียนภาษาออนไลน์ FluentU

FluentU

          เรียนภาษาออนไลน์ผ่านวีดิโอที่มีเนื้อหาสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างหนัง เพลง หรือข่าว ไม่ว่าอะไรที่เราสนใจก็มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งหมด มีซับไตเติ้ลพร้อมแปล แถมถ้าคลิกบนคำศัพท์ยังสามารถแสดงความหมาย และวิธีการใช้งานคำศัพท์นั้นได้อีกด้วย ซึ่งข้อดีของการเรียนด้วยวิธีนี้คือเป็นวิธีการเรียนที่เป็นธรรมชาติทำให้เราสามารถจำคำศัพท์ได้มากกว่า 

ClozeMaster

          เรียนรู้คำศัพท์ผ่านบริบท แน่นอนว่าการเรียนคำศัพท์ให้ได้ผลมากที่สุดคือเรียน และนำไปใช้จริงด้วย ซึ่งวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราเห็นภาพการใช้งานคำศัพท์ได้ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือการเรียนคำศัพท์ผ่านบริบทนั่นเอง มีภาษาให้เลือกมากมาย และสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรี

เรียนภาษาออนไลน์ Reji

reji

       เรียนภาษาด้วยการท่องจำคำศัพท์โดยใช้วิธี Spaced repetition ฝึกการสะกดคำและออกเสียง สามารถ save คำศัพท์ที่เราต้องการเรียนได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะมาจากชั้นเรียนในคลาส ภาพยนตร์ เพลง หรืออินเตอร์เน็ตโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเปิดหาความหมายในดิกชันนารีเลย เพียงแค่กดเพิ่มคำศัพท์ใน reji ก็จะค้นหาทั้งความหมาย และรูปภาพมาให้เราพร้อมเลย สามารถเลือกได้กว่า 48 ภาษาทั่วโลก

เรียนภาษาออนไลน์ flowlingo

Flowlingo

         เรียนภาษาออนไลน์ด้วยข่าว วีดิโอที่ยอดนิยม อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพลง และหนังสือ สามารถดูความหมายของคำศัพท์ได้เพียงแค่กดดูคำศัพท์ และจะมีการสร้าง Flashcard ให้เราขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติให้เราได้รีวิวด้วยเทคนิค spaced repetition อีกด้วย มีให้เลือกกว่า 23 ภาษา

เรียนภาษาออนไลน์ Mondly

Mondly

         เรียนภาษาออนไลน์กับ Mondly เน้นเพื่อการสนทนา และท่องเที่ยวด้วยวิธีการเรียนที่สนุก ง่ายและรวดเร็ว แถมตอนนี้ยังพัฒนาไปถึงขั้น MondlyVR ช่วยให้การเรียนภาษายิ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และสนุกมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

error: Content is protected !!
Shares